xxx of yyy characters
Join Group
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (People's Alliance For Democracy)
Google Translation:
Off
When Google Translation is on, topics and messages in this group will be machine-translated to your language by Google.
Messages
Topic:
กว่าจะเป็น"องคมนตรี"ต้องคนดี-เก่ง-มีคุณธรรม
ขอนำบทความดีๆ มาให้อ่านกัน....
การเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงกับรัฐบาลในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา จนถึงขั้นก่อจลาจลทำให้ประเทศชาติบอบช้ำเสียหาย เพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของคนเพียงคนเดียวคือ นช.ทักษิณ ชินวัตร
แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้คนในสังคมส่วนใหญ่รับไม่ได้ กับการเคลื่อนไหวของ "นช.ทักษิณ - คนเสื้อแดง" ก็คือความคิดการแสดงออกของ "นช.ทักษิณ" แกนนำแก๊งเสื้อแดง ตลอดจน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่กล่าวหา โจมตีและให้ร้าย "องคมนตรี" อย่างต่อเนื่อง และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นคิดล้มล้างสถาบันองคมนตรี
การกระทำที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงของ "นช.ทักษิณ" และแก๊งคนเสื้อแดง ที่ผ่านมาซึ่งทำทุกอย่างเพื่อหวัง "โค่นล้มสถาบันองคมนตรี" เป็นบันไดขั้นแรก ที่หากทำสำเร็จเป้าหมายก็คือ "สถาบันกษัตริย์"
โดยกลวิธีอ้างเรื่อง "อำมาตยาธิปไตย" ขึ้นมาบังหน้ากล่าวหาว่าทำให้ชาติล้าหลังไม่พัฒนาซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น ไร้สาระ ป้ายสี ไร้เหตุผล
การกระทำเช่นนี้ถือว่าเป็นสิ่งเลวร้ายที่สุดของประเทศไทยที่เคยมีมา
ที่เลวร้ายสุดๆ เพราะไม่เพียงแต่ทำให้ชาติล้าหลัง ยังทำให้คนไทยแทบจะต้องลุกขึ้นมาเข่นฆ่ากันเอง แผ่นดินร้อนเป็นไฟผู้คนแตกแยก สีหน้า และจิตใจหม่นหมอง
การที่ "นช.ทักษิณ" พยายามยกเหตุผลเรื่องโค่นล้มอำมาตยาธิปไตย แล้วจะทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย พบว่าทั้ง "นช.ทักษิณ-แก๊งเสื้อแดง" ก็กล่าวหากันลอยๆ กับ 3 องคมนตรี คือ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ และ ชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรี ที่ว่าไม่เป็นกลาง ทางการเมือง เพราะจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่เคยหาข้อมูลหรือหลักฐานอะไรมายืนยันได้ นอกจากคำพูดของ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ซึ่งก็คือ "เบี้ย" ตัวหนึ่งที่ "นช.ทักษิณ" หลอกใช้แค่นั้นเอง
เมื่อหาเหตุผลมาทำให้ข้ออ้างของฝ่ายตัวเองมีความชอบธรรมไม่ได้ "นช.ทักษิณ - แก๊งเสื้อแดง" ก็เลยใช้วิธีการสกปรากทางการเมือง และเข้าข่ายละเมิด "พระราชอำนาจ" ในการกดดันให้ 3 องคมนตรี ข้างต้นลาออก
ถามว่าสิ่งที่ "นช.ทักษิณ - แก๊งเสื้อแดง" กระทำการนั้นรุนแรงเกินไปหรือไม่ ก้าวล่วงพระราชอำนาจหรือไม่?
คำตอบที่ได้ หลายคนย่อมเห็นไม่แตกต่างกัน มีข้อคิดเห็นที่น่าสนใจในเรื่องนี้ ซึ่งขณะนั้นผู้คนจำนวนมากที่ออกมาเตือนให้ "นช.ทักษิณ - แก๊งเสื้อแดง" ยุติกระทำการเช่นนี้ได้แล้ว เช่น
Nov 13
10:53 PM
ม.ล.ปนัดดา ดิสกุล โฆษกกระทรวงมหาดไทย ฝ่ายข้าราชการประจำ และราชสกุล ถึงกับระบุว่า ถือเป็นสิ่งที่มิบังควรที่ผู้ใดจะไปกำหนดให้องคมนตรีลาออก เพราะโดยข้อเท็จจริงแล้ว องคมนตรีไม่สามารถลาออกจากตำแหน่งหน้าที่เหมือนกับข้าราชการประจำ หรือข้าราชการการเมืองอื่นๆ แต่บุคคลผู้ดำรงตำแหน่งจะต้องขอพระราชทานกราบบังคมทูลพระกรุณา และโดยได้รับพระราชทานราชานุญาต
"ก็ด้วยสาเหตุในประการที่ว่า พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งองคมนตรีนั้น ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณสูงสุด และเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้ อันเป็นการถวายพระเกียรติยศในทางราชประเพณี ที่ประชาชนคนไทยทุกคนต้องช่วยกันหวงแหนรักษา" ม.ล.ปนัดดากล่าว
แต่เมื่อ "นช.ทักษิณ - แก๊งเสื้อแดงและพลพรรคเพื่อไทย" ออกมาเปิดศึกกับสถาบันองคมนตรี โดยไม่สนใจกับเสียงทัดทาน ถึงกับบังอาจ "ขีดเส้นตาย 24 ชั่วโมง" ให้องคมนตรีทั้งสามท่านดังกล่าว ลาออกจากตำแหน่ง โดยไม่มีเงื่อนไขในช่วงที่ผ่านมา ทุกภาคส่วนในสังคม จึงสนับสนุนท่าทีของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีโดยทันที เมื่อนายกรัฐมนตรีคนนี้ ได้แสดงให้เห็นถึงภาวะผู้นำ ซึ่งยืนยันในหลักการอันถูกต้องคือการ "ปกป้องคนดี-ไม่สยบยอมคนเลว"
นายอภิสิทธิ์ ประกาศในช่วงนั้นว่าไม่รับทุกเงื่อนไขที่แกนนำเสื้อแดง ยื่นข้อเรียกร้อง เพราะประชาชนเห็นด้วยกับคำแถลงของ นายอภิสิทธิ์ ที่ว่า การกดดันให้ 3 องคมนตรีลาออกจากตำแหน่ง เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม อันเห็นได้ชัดว่ามุ่งหวังขยายวงขัดแย้งทางการเมืองไปสู่สถาบันที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ไปสู่บุคคลที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง เพื่อหวังขยายผลให้กระทบต่อความมั่นคงของชาติ
ทั้งที่องคมนตรีแต่ละคน ล้วนแต่เป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมือง มีความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ ในแต่ละด้านและก่อนจะมาดำรงตำแหน่งองคมนตรี ก็ประกอบสัมมาชีวะ จนเป็นที่ประจักษ์แก่สังคม
ไม่ว่าจะเป็นด้านการทหาร ความมั่นคง, การเกษตร, กฎหมาย, การต่างประเทศ, การศึกษา และการปกครอง ซึ่งแต่ละคนก็ล้วนแต่ผ่านตำแหน่งระดับสูงสุดของแต่ละสาขามาทั้งสิ้น และทุกคนล้วนแต่มีประวัติการรับราชการ การทำงานและประวัติส่วนตัว ที่ขาวสะอาด ไร้มลทิน ไม่มีความมัวหมอง สังคมประจักษ์ชัดและยกย่องใน เรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ทำงานทุ่มเทเพื่อส่วนรวม และประเทศชาติ
ในด้านกฎหมาย จะพบว่ามีระดับอดีตประมุขตุลาการ-ตุลาการชั้นผู้ใหญ่หลายคน อาทิ ท่านธานินทร์ กรัยวิเชียร อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และอดีตนายกรัฐมนตรี หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 และที่เป็นอดีตประธานศาลฎีกาก็ยังมีอีกเช่น นายจำรัส เขมะจารุ นายอรรถนิติ ดิษฐ์อำนาจ นายสันติ ทักราล นายศุภชัย ภู่งาม และนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ
ด้านการทหาร ก็ล้วนแต่เป็นอดีตนายทหารระดับสูง ที่ตลอดชีวิตการรับราชการทหาร ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเป็น "ทหารอาชีพ" ที่พร้อมพลีชีพเพื่อพิทักษ์และปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และผืนแผ่นดินไทย ไม่ใช่ "ทหารการเมือง" เหมือนกับผู้นำเหล่าทัพในระยะหลังๆ
Nov 13
10:54 PM
ไม่ว่าจะเป็นพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ซึ่งสองคนนี้ คนส่วนใหญ่รู้จักประวัติการทำงานดีอยู่แล้ว ก็ยังมีอีก อาทิ "บิ๊กเสือ" พลเอกพิจิตร กุลละวณิชย์ ที่นามนี้ แค่เอ่ยชื่อทุกคนก็ต้องยอมรับถึงความเป็นทหารที่ยืนเคียงข้างความถูกต้องรักชาติเหนือสิ่งอื่นใด จนได้รับการนับถือจากนายทหารทั้งหลายตั้งแต่รุ่นเก่าจนถึงปัจจุบันว่า บิ๊กเสือ คือ แบบอย่างของทหารอาชีพ ที่ไต่เต้าตั้งแต่ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ แม่ทัพภาคที่ 1 ผู้ช่วยผู้บัญชาการ ทหารบก รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และรองปลัดกระทรวงกลาโหมในปี 2535
แม้จะไม่เคยเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพแต่ผลงานต่างๆ สมัยรับราชการทหาร ทุกคนยกนิ้วให้ว่ายอดเยี่ยมยิ่งกว่า ผบ.เหล่าทัพหลายต่อหลายคนเสียอีก
ในสถานการณ์ที่กลุ่มคนเสื้อแดงกำลังรุกหนัก พลเอกพิจิตร กุลละวณิชย์ ก็ออกมาพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า "นช.ทักษิณ คิดล้มสถาบัน" และเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีพฤติกรรมไม่เหม่ะสมหลายอย่าง
อาทิ การมีเงินไปฝากไว้ที่หมู่เกาะเคย์แมน แดนสวรรค์ ของนักฟอกเงินจำนวนมาก จนทำให้นช.ทักษิณ ส่งลูกน้องไปแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนที่จะมีการดำเนินคดีกับองคมนตรี เท่ากับสิ่งที่ นช.ทักษิณได้ทำไว้ในครั้งนี้
นอกจากนี้ ยังมี พล.ร.อ.ชุมพล ปัจจุสานนท์ นายทหารเรือที่เชี่ยวชาญเรื่องยุทธศาสตร์ทหารทางเรือเพราะไต่เต้าในสายงานหลักมาตลอดชีวิต ตั้งแต่การเป็นเสนาธิการกองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ รองผู้บัญชาการสถานีทหารเรือกรุงเทพ ผู้ช่วยหัวหน้านายทหาร ฝ่ายเสนาธิการ ประจำผู้บัญชาการทหารสูงสุด, ผู้บัญชาการกองเรือป้องกันฝั่งเขต 3 ปลัดบัญชีทหารเรือ เสนาธิการทหารเรือ และตำแหน่งสุดท้าย ผู้บัญชาการทหารเรือเมื่อปี 2546
อันมีเรื่องเล่ากันถึงความสมถะ-เรียบง่าย-ไม่ยึดติดต่อตำแหน่งของ พล.ร.อ.ชุมพล ปัจจุสานนท์ มากมายในกองทัพเรือ อาทิ สมัยเป็น ผบ.ทร.ก็มักจะออกตรวจหน่วยของกองทัพตลอดเวลา โดยมักเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวธรรมดา ในชุดธรรมดา ไม่ได้ใส่เครื่องแบบเต็มยศ โดยมีแค่คนขับรถติดตามไปด้วย
จนมีทหารเรือหลายคนเมื่อพบเห็นพล.ร.อ.ชุมพล ปัจจุสานนท์ ก็คิดว่าเป็นใคร มาจากไหน เข้ามาในหน่วยขึ้นตรงได้อย่างไร ถึงกับมีการเอ่ยปาก ขอให้ออกจากหน่วย เพราะคิดว่าเป็นคนนอก เพราะพล.ร.อ.ชุมพล ไม่เคยแสดงตัวว่าเป็นผบ.ทร.เพราะต้องการเห็นการทำงานและการดูแลพื้นที่หน่วยบัญชาการอย่างแท้จริง
ด้านการศึกษา ก็มี เช่น นพ.เกษม วัฒนชัย อดีต รมว.ทบวงมหาวิทยาลัยในรัฐบาลทักษิณ 1 และเป็นรัฐมนตรีคนแรกในรัฐบาลทักษิณ ที่ลาออกจากตำแหน่ง สำหรับ นพ.เกษม เป็นนักการศึกษาที่ได้รับการยอมรรับอย่างสูง เพราะมีประสบการณ์มาหลายสิบปี เช่น อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รองปลัดทบวงมหาวิทยาลัย ปลัดทบวงมหาวิทยาลัยตามลำดับ
ส่วนด้านการเกษตร ก็มีท่านองคมนตรี อำพน เสนาณรงค์ ที่ได้ออกมาปรามกลุ่มเสื้อแดงว่า หากใครที่คิดร้ายต่อสถาบันฯ จะต้องมีอันเป็นไป ท่านอำพน เสนาณรงค์ เป็นข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ ที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงในแวดวงวิชาการเกษตรฯ และข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ มีประวัติการทำงานทีดีเยี่ยม และรู้งานด้านการเกษตรอย่างแท้จริง เช่นเคยเป็นอดีต รมช.เกษตรฯ เมื่อปี 2535 และอธิบดีกรมวิชาการเกษตร
โดยช่วงที่ นายอำพน เสนาณรงค์ รับราชการอยู่ ก็เคยเป็นรองอธิบดียาวนานนับสิบปี ซึ่งหากเป็นคนอื่นคงวิ่งเต้นเข้าหานักการเมือง แต่สำหรับท่านอำพน กลับไม่ทำในสิ่งนั้น และพบว่าเป็นข้าราชการตัวอย่างที่ได้รับกายอมรับในเรื่องผลงานความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียใดๆ แม้แต่น้อย
Nov 13
10:54 PM
หรือจะด้านวิศวกรรม ก็มี "เชาวน์ ณ ศีลวันฑ์" ที่เป็นคนไทยคนแรก ที่จบจาก สถาบันเอ็มไอที สหรัฐอเมริกา และมีความรู้ประสบการณ์เฉพาะด้านวิศวกรรมอย่างแท้จริง อาทิเคยเป็นประธานบอร์ด กฟผ.
องคมนตรีทุกคน ล้วนทำหน้าที่ตามขอบเขตภายใต้รัฐธรรมนูญ มาตรา 12 ที่บัญญัติไว้ว่า
"คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญนี้"
และแต่ละคนก็ล้วนปฏิบัติหน้าที่อย่างที่ไม่เคยมีเรื่องเสียหาย ดำรงไว้ซึ่งความซื่อสัตย์สุจริต และรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ โดยพบว่า องคมนตรีทุกท่านไม่เคยใช้ตำแหน่งหน้าที่การงานไปในทางที่มิชอบ
เห็นได้จากหลายกรณีเช่น พลเอกพิจิตร กุลละวณิชย์ ซึ่งมีน้องชายคือ นายฐิระวัตร กุลละวณิชย์ รับราชการอยู่กระทรวงมหาดไทย ก็จะพบว่า นายฐิระวัตร เติบโตในเส้นทางชีวิตราชการตามเส้นทางของตัวเอง แม้จะถูกการเมืองเข้าแทรกแซง จนบางช่วงถูกย้ายไปอยู่ในตำแหน่งที่ถูกมองว่าลดชั้น เพราะการทำนห้าที่อย่างตรงไปตรงมา ในฐานะนักปกครอง แต่ นายฐิระวัตร ก็ไม่เคยแสดงท่าทีใดๆ จนทำให้สุดท้ายก็อำลาชีวิตราชการในตำแหน่ง อธิบดีกรมโยธาฯ
หรือกรณีของ นายชัยฤกษ์ ดิษฐอำนาจ ผู้ตรวจราชการฯหมาดไทย และอดีตอธิบดีกรมที่ดิน ก็พบว่าเป็นน้องชายของนายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี ก็จะพบว่า นายชัยฤกษ์ ก็เป็นข้าราชการในกระทรวงมหาดไทย ที่เหมือนกับคนอื่นๆ และไม่ได้เติบโตแบบก้าวกระโดดเหนือคนอื่นๆ ล่าสุดในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์...ตอนนี้ นายชัยฤกษ์ ก็ยังเป็นผู้ตรวจกระทรวงมหาดไทยอยู่
รวมถึงกรณีของ นายพระนาย สุวรรณรัฐ รองปลัดมหาดไทย ฝ่ายกิจการพิเศษ ก็เติบโตในชีวิตราชการตามปกติไม่ได้เป็นอธิบดีกรมใหญ่โต ในมหาดไทย แม้จะเป็นน้องชายท่านพลากร สุวรรณรัฐ อดีตรองปลัดฯ มหาดไทย ก็ตาม
นี่เป็นแค่ตัวอย่างที่ยกมาให้เห็นแค่เล็กๆ น้อยๆ ถึงความดีขององคมนตรีแต่ละคน ซึ่งไม่เคยใช้บารมีของตัวเองเพื่อประโยชน์ของตัวเองและคนใกล้ชิด อันผิดกับ นช.ทักษิณ ที่ ใช้อำนาจการเมืองทุกอย่างกอบโกยหาประโยชน์ให้ตัวเองและพวกพ้อง
เมื่อองคมนตรี ทุกท่านล้วนแต่เป็นคนดี ซึ่งพวกเราควรต้องช่วยกันปกป้องไม่ให้คนชั่วๆ ไม่กี่คนมาทำให้คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถาบันองคมนตรีจึงถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องช่วยกันหยุดยั้งพฤติกรรม และความคิดที่จะ "โค่นล้มององคมนตรี" โดยพร้อมเพียงกัน
Nov 13
10:55 PM
ไอ่สุรเย็ดได้เปนได้ไงอะ อยากรุ้
เพราะมาเปนนายกก้ไม่ใช่คนมีความสามารถ เหมือนพวกตุ๊ดมากกว่า ไม่มีความหนักแน่น
Nov 14
12:37 AM